ผลกระทบจากความล้มเหลวในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ เป็นสาเหตุหนึ่งจากการเกิดดาวน์ไทม์ โดยความเสี่ยงทางด้านฮาร์ดแวร์จะเกี่ยวข้องกับอุปกรณ์ทางกายภาพที่ได้รับความเสียหาย เช่น คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์รอบข้าง และอุปกรณ์สื่อสาร สาเหตุหลักๆ ที่ทำให้ฮาร์ดแวร์เกิดความเสียหายก็คือ ภัยธรรมชาติ ไฟฟ้าดับ ครอบคลุมในวงกว้าง และไฟตก รวมถึงการถูกทำลายทรัพย์สินโดยมนุษย์
1. ภัยธรรมชาติ (Natural Disasters)เป็นความเสี่ยงในระบบสารสนเทศ ที่เกี่ยวข้องกับไฟไหม้ น้ำท่วม แผ่นดินไหว พายุ ฟ้าแลบ และฟ้าผ่า ซึ่งส่งผลต่อความเสียหายในอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดและสายสื่อสาร ภัยจากน้ำท่วมจะทำลายสื่อจัดเก็บข้อมูลต่างๆ และทำให้วงจรอิเล็กทรอนิกส์ในอุปกรณ์เกิดลัดวงจรขึ้นมา อุปกรณ์อย่างไมโครชิป ซึ่งมีความบอบบาง และหากเกิดลัดวงจรขึ้นมาเพียงเล็กน้อยก็อาจเสียหายได้โดยทันที ภัยจากน้ำท่วมในที่นี้ยังรวมถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดจากความผิดพลาดจากภายในตึกอาคารด้วย เช่น ท่อน้ำชำรุดทำให้น้ำนองทั่วสำนักงาน ส่วนกระแสไฟจากฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ก่อให้เกิดแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นอย่างฉับพลัน ทำให้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เสียหายได้ นอกจากนี้สัตว์ป่าและความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ในบางครั้งได้ทำลายสายสื่อสาร เช่น สัตว์ได้แทะสายเคเบิล และชาวนาหรือคนงานก่อสร้างได้ตัดสายเคเบิลทิ้งโดยไม่ได้ตั้งใจ เป็นต้น
ภัยธรรมชาติต่างๆ เช่น แผ่นดินไหว น้ำท่วม พายุ และฟ้าผ่า ล้วนเสี่ยงต่อ
ความเสียงหายในอุปกรณ์ซอฟแวร์ทั้งสิ้น
2. ไฟดับและไฟตก (Blackouts and Brownouts)คอมพิวเตอร์ทำงานได้ด้วยการใช้กระแสไฟฟ้า ดังนั้น หากกระแสไฟฟ้าดับหรือหยุดทำงาน คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์รอบข้างก็ไม่สามารถทำหน้าที่ของมันได้อีกต่อไป ความสำคัญอยู่ที่ว่า หากในขณะที่ใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ และยังไม่ทันสั่งบันทึกข้อมูลลงในอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ก็ได้เกิดเหตุการณ์ไฟฟ้าดับขึ้น นั่นหมายความว่าข้อมูลในหน่วยความจำหลักได้สูญหายไปทั้งหมดแล้ว ซึ่งสร้างความเสียหายต่อการใช้งานเป็นอย่างมาก ส่วนไฟตก เกิดจากแรงดันไฟฟ้าลดต่ำลงชั่วขณะ ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสียหายในชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ได้ ในขณะที่ไฟเกิน เกิดจากแรงดันไฟฟ้าสูงขึ้นชั่วขณะ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่สามารถสร้างความเสียหายต่ออุปกรณ์มากเช่นกัน ทำนองเดียวกันกับฟ้าแลบและฟ้าผ่า อย่างไรก็ตาม ความล้มเหลวเกี่ยวกับกระแสไฟฟ้า อาจมิใช่เฉพาะกรณีไฟดับหรือไฟตกก็เป็นได้ แต่เกิดจากความเสียหายของตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์เอง
สำหรับการแก้ไขปัญหาที่นิยมในกรณีไฟตกก็คือ การนำอุปกรณ์รักษาระดับแรงดัน(Voltage Regulator / Voltage Stabilizer) มาใช้ อุปกรณ์ดังกล่าวจะช่วยปรับแรงดันไฟฟ้าที่สูงเกินหรือต่ำเกิน ให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม อีกทั้งยังช่วยยืดอายุการใช้งานให้แก่อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อีกด้วย
ในส่วนการป้องกันไฟฟ้าดับ อุปกรณ์อย่าง UPS (Uninterruptible Power Supply) ก็มักถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดย UPS เป็นอุปกรณ์สำรองไฟฟ้า ที่มีหน้าที่ป้องกันความเสียหายจากความผิดปกติของกระแสไฟฟ้า โดยจะจ่ายพลังงานไฟฟ้าสำรองให้กับคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทันทีเมื่อไฟดับ ทั้งนี้ภายใน UPS จะมีแบตเตอรี่ที่ใช้เก็บประจุไฟฟ้าสำรองไว้เพื่อใช้งานกรณีฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม UPS บางรุ่น นอกจากจะนำมาใช้เพื่อเป็นเครื่องสำรองไฟฟ้าแล้ว ยังได้ผนวกระบบรักษาระดับแรงดันมาให้ด้วย ซึ่งย่อมดีกว่า UPS ชนิดที่มีหน้าที่สำรองไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว
UPS จะมีหลายรุ่นหลายขนาดด้วยกัน สำหรับ UPS ขนาดเล็กที่มักถูกนำมาใช้งานตามบ้านหรือตามสำนักงานทั่วไป จะสามารถสำรองไฟฟ้าในระยะเวลาสั้นๆ เช่น 5 – 10 นาที เพื่อให้ผู้ใช้มีเวลาเพียงพอต่อการสั่งบันทึกข้อมูล และปิดเครื่องตามปกติ ในขณะที่ UPS ขนาดใหญ่ที่สามารถสำรองไฟฟ้าได้นานกว่า 30นาทีขึ้นไป ก็จะมีราคาที่สูงขึ้นไปอีก
3.การถูกก่อกนวนและทำลายโดยคนป่าเถื่อน (Vandalism) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือคอมพิวเตอร์ อาจถูกทำลายด้วยความจงใจโดยน้ำมือมนุษย์ เช่น ลูกค้าบางคนจงใจทำลายตู้บริการเงินด่วน(ATM)หรือพนักงานในองค์กรที่ไม่พอใจในบางสิ่ง ได้ทำลายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เกิดความเสียหาย โดยไม่เกรงกลัวต่อความผิดหรือการถูกขับไล่ออกจากงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากทีเดียวกับการป้องกันบุคคลเหล่านี้ในการจ้องทำลายทรัพย์สิน ดังจะพบว่า อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการสาธารณะ เช่น ตู้ ATM หรืออื่นๆ ถึงแม้จะมีการติดตั้งอยู่ในกล่องเหล็กอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการถูกทำลายแล้วก็ตาม ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่พยายามจ้องทำลายให้เกิดความเสียหายจนได้ สำหรับในสถานที่ทำงาน อุปกรณ์สำคัญอย่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จะต้องถูกติดตั้งไว้ในห้องอย่างปลอดภัย ผู้ที่สามารถเข้าไปยังห้องต้องมีบัตรผ่านเพื่อแสดงตน ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้าไปทำลายอุปกรณ์ ประกอบกับจะต้องล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนาด้วย และโดยปกติห้องที่ถูกนำมาติดตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือศูนย์บริการข้อมูล มักมีการติดตั้งระบบป้องกันไฟไหม้และการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมได้
3.การถูกก่อกนวนและทำลายโดยคนป่าเถื่อน (Vandalism) อุปกรณ์ฮาร์ดแวร์หรือคอมพิวเตอร์ อาจถูกทำลายด้วยความจงใจโดยน้ำมือมนุษย์ เช่น ลูกค้าบางคนจงใจทำลายตู้บริการเงินด่วน(ATM)หรือพนักงานในองค์กรที่ไม่พอใจในบางสิ่ง ได้ทำลายอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ให้เกิดความเสียหาย โดยไม่เกรงกลัวต่อความผิดหรือการถูกขับไล่ออกจากงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากทีเดียวกับการป้องกันบุคคลเหล่านี้ในการจ้องทำลายทรัพย์สิน ดังจะพบว่า อุปกรณ์ที่ใช้เพื่อการสาธารณะ เช่น ตู้ ATM หรืออื่นๆ ถึงแม้จะมีการติดตั้งอยู่ในกล่องเหล็กอย่างแน่นหนา เพื่อป้องกันการถูกทำลายแล้วก็ตาม ก็ยังมีบุคคลบางกลุ่มที่พยายามจ้องทำลายให้เกิดความเสียหายจนได้ สำหรับในสถานที่ทำงาน อุปกรณ์สำคัญอย่างเครื่องเซิร์ฟเวอร์ จะต้องถูกติดตั้งไว้ในห้องอย่างปลอดภัย ผู้ที่สามารถเข้าไปยังห้องต้องมีบัตรผ่านเพื่อแสดงตน ซึ่งถือเป็นแนวทางหนึ่งในการป้องกันผู้ไม่หวังดีเข้าไปทำลายอุปกรณ์ ประกอบกับจะต้องล็อกกลอนประตูอย่างแน่นหนาด้วย และโดยปกติห้องที่ถูกนำมาติดตั้งเครื่องเซิร์ฟเวอร์หรือศูนย์บริการข้อมูล มักมีการติดตั้งระบบป้องกันไฟไหม้และการติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพื่อป้องกันความเสี่ยงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพแวดล้อมได้


ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น