อย่างไรก็ตาม เพื่อให้ผู้ผลิตได้ทำการผลิตคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลสีเขียวอย่างแท้จริงบริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์จะต้องลดปริมาณของวัสดุที่เป็นอันตรายลงอย่างมาก และต้องเพิ่มจำนวนสิ่งซึ่งสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ หรือการใช้ซ้ำนั่นเอง
เป้าหมายของการใช้คอมพิวเตอร์สีเขียวนั้น มีความคล้ายคลึงกับเคมีสีเขียวคือ ลดการใช้วัสดุที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม เพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานในช่วงชีวิตของผลิตภัณฑ์และส่งเสริมการ รีไซเคิลหรือย่อยสลายทางชีวภาพของผลิตภัณฑ์และของเสียจากโรงงาน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อย่างเช่น คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล และโทรศัพท์มือถือ บรรจุไปด้วยองค์ประกอบจำนวนมากเป็นพันๆ ชนิดที่แตกต่างกัน รวมทั้งบางอย่างซึ่งทราบกันดีว่า เป็นอันตรายต่อมนุษย์ และสิ่งแวดล้อม เช่น เบริลเลียม, แคดเมียม, ตะกั่ว, ปรอท, สารทนไฟโบรมีน, ซีลีเนียม และโพลีไวนิลคลอไรด์ เป็นต้น พนักงานผู้ทำงานอยู่ในกระบวนการผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และซัพพลายเออร์ ในทุกขั้นตอน ตลอดห่วงโซ่อุปทาน ที่มีความเสี่ยงต่อสุขภาพที่ไม่ดีหรือแข็งแรง ในการสัมผัสกับวัตถุดิบเหล่านี้
นอกจากนั้น ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ยังสามารถสัมผัสกับวัสดุที่ออกแบบไม่ดี หรืออุปกรณ์ที่ผลิตขึ้นอย่างไม่ถูกต้องเหล่านี้ได้เหมือนกัน ดังนั้น ต้องมีความระมัดระวังให้ดี เมื่อจะมีการทำลายทิ้ง หรือนำวัสดุเหล่านี้กลับมาใช้ใหม่ เพราะว่า สิ่งที่ปนเปื้อนเหล่านี้อาจเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม
ลานนา ดวงสิงห์ ได้เขียนไว้ในบทความว่า ประเทศสหรัฐอเมริกาได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ใช้ระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้กำลังไฟฟ้าต่ำ นั่นก็คือไม่เกิน 30 Watts โดยเฉพาะอย่างยิ่งจอภาพต้องมีระบบป้องกันรังสีที่เป็นอันตรายต่อสายตา เครื่องพิมพ์ (Printer) ต้องใช้ไฟฟ้าระหว่าง 30-45 Watts อุปกรณ์ต่างๆ ต้องไม่มีผลกระทบต่อสรีระของมนุษย์ส่วนรวม ลักษณะเหล่านี้ รวมเรียกว่า Green Computing
ในสหภาพยุโรป มีความเข้มงวดมากเกี่ยวกับวัตถุที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม และมีความเข้มงวดมากเกี่ยวกับการใช้สารอันตรายในการผลิตคอมพิวเตอร์ มีคำสั่งออกมาให้โรงงานผู้ผลิตคอมพิวเตอร์ ต้องสามารถนำผลิตภัณฑ์ที่ผลิตออกมาใช้แล้ว ต้องสามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้อย่างน้อย 65 เปอร์เซ็นต์ และต้องมีการวางแผนในการบริหารจัดการในกระบวนการนำสิ่งที่ใช้แล้ว กลับมาใช้ใหม่เหล่านั้นด้วย
ปัญหาในขณะนี้ก็คือ จะมีวิธีการอย่างไร ในการนำเอาเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ล่าสมัยหรือตกรุ่นแล้วไปทิ้งด้วยวิธีการที่ปลอดภัย มีหลายรัฐในอเมริกาที่มีโปรแกรมการนำสิ่งที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ บางอุตสาหกรรมการผลิตได้ทำการพัฒนาโปรแกรมของเขาเองขึ้นมาใช้ ปัจจุบันได้มีการจัดกิจกรรมโครงการรณรงค์เพื่อยุติภาวะโลกร้อน (Greenpeace) ขององค์กรกันมากขึ้น มีการจัดอันดับปัญหาของผู้ผลิตตามนโยบายของผู้ผลิตเกี่ยวกับสารเคมีที่เป็นพิษ, การนำสิ่งที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ อุตสาหกรรม
ปัจจุบันมีการจัดอันดับของบริษัทไอที ซึ่งได้ให้ความสำคัญในการต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และสิ่งแวดล้อม ในการผลิตสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีสีเขียว ในปี ค.ศ.2013 และมีบริษัทที่ติดอันดับต้นๆ ได้แก่ กูเกิล, เฟซบุ๊ก, ไมโครซอฟท์, ยาฮู, อีเบย์ เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีหลักเกณฑ์ที่ใช้ในการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมไอซีที ที่ถูกสร้างขึ้น เพื่อสนับสนุนส่งเสริมกฎเกณฑ์การปฏิบัติสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ไอซีที หลักเกณฑ์ของอุตสาหกรรมไอซีทีนี้เน้นไปที่ความยุติธรรม และความปลอดภัยของพนักงาน, ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม, ประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจขององค์กรด้านไอซีที, ผู้ผลิตอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์, บริษัทซอฟต์แวร์ และผู้ให้บริการด้านกระบวนการผลิต ซึ่งอาจจะสมัครใจเข้ามาสมาชิกของหน่วยงานรัฐบาล
หลักเกณฑ์ในการดำเนินธุรกิจของอุตสาหกรรมไอซีทีนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อกำหนดประสิทธิภาพการทำงาน, การปฏิบัติตาม, การตรวจสอบ และการรายงานแนวทางใน 5 ของพื้นที่ของความรับผิดชอบต่อสังคม คือ
(1) แรงงาน คือ จะต้องยึดมั่นในเรื่องสิทธิมนุษยชนของแรงงาน และปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างมีศักดิ์ศรีและความเคารพมีความเข้าใจกันระหว่างประชาคมระหว่างประเทศ
(2) สุขภาพและความปลอดภัย คือ ต้องจัดให้มีสภาพแวดล้อมในการทำงานที่ปลอดภัยและมีสุขภาพดี ลดเหตุการณ์ที่ก่อให้เกิดอันตรายและการเจ็บป่วย
(3) สิ่งแวดล้อม คือ การผลิตสินค้า ต้องก่อให้เกิดผลข้างเคียงต่อชุมชน, สิ่งแวดล้อม, และทรัพยากรธรรมชาติ ให้น้อยที่สุด
(4) ระบบการจัดการ คือ ต้องมั่นใจว่ามีการปฏิบัติเป็นไปตามกฎเกณฑ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย
(5) จริยธรรม คือ จะต้องรักษามาตรฐานสูงสุดของจริยธรรมเอาไว้ รวมทั้ง มีความรับผิดชอบต่อสังคม, ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์สุจริต, ไม่แสวงหาผลประโยชน์ในทางที่ไม่เหมาะสม, การเปิดเผยข้อมูล, ทรัพย์สินทางปัญญา, การดำเนินธุรกิจด้วยความยุติธรรม, การโฆษณา, การแข่งขัน, การปกป้องอัตลักษณ์ เป็นต้น
จากความข้างต้น จะเห็นได้ว่า หลายภาคส่วนทั่วโลก โดยเฉพาะภาคอุตสาหกรรมไอซีที ได้ให้ความสำคัญกับคอมพิวเตอร์สีเขียวและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมกันมากขึ้น เพราะหากสิ่งแวดล้อมเป็นพิษ ย่อมส่งผลอันตรายต่อมนุษย์ ตั้งแต่การเจ็บไข้ได้ป่วยเล็ก น้อยๆ ไปจนถึงการเสียชีวิต

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น